วันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2554

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด ภายใน 42 วัน

วิธีลดความอ้วนที่ได้ผลเร็วที่สุด ภายใน 42 วัน สู้ ๆ ๆ ๆ


1. 7 วัน (แห่งการต่อสู้)


สัปดาห์แรกถือว่าเป็นสัปดาห์ที่หินมาก ๆ สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นลดน้ำหนัก เพราะคุณจะรู้สึกหิวอยู่ตลอดเวลาเห็นอะไรก็เผลอที่จะหยิบใส่ปากไม่ได้

- วิธีที่ดีที่สุดในการหยุดพฤติกรรมอันน่าเสี่ยงนี้ก็คือ ให้มุ่งความสนใจไปที่มื้อเช้าโดยพยายามกินมื้อเช้าให้เยอะเข้าไว้ เพราะนอกจากจะทำให้ท้องอิ่มได้นานแล้วยังช่วยให้แคลอรี่กับร่างกายไปใช้อีกตั้ง 350 แคลอรี่เชียวแน่ะ


2. 14 วัน (แห่งการหงุดหงิด)


ระยะนี้คุณจะรู้สึกหงุดหงิดเป็นพิเศษไม่ว่าจะขยับตัวไปทำอะไรก็พานจะอารมณ์บ่จอยไปซะหมด ทั้งนี้เนื่องมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารของคุณ จากที่เคยกินอย่างพระราชากลับกลายเป็นว่า ไอ้นั่นก็แตะไม่ได้ ไอ้นี่ก็แคลอรี่เยอะ จึงทำให้เกิดความเครียดและความกดดันตามมาจนคุณอาจรู้สึกหมดกำลังใจถึงขั้นหันหลังให้กับการไดเอ็ทไปตลอดชีวิตก็เป็นได้

- วิธีที่จะรับมือกับพายุอารมณ์ในช่วงนี้ก็คือ ให้เบี่ยงเบนความสนใจด้วยการหันหน้าเข้าหาเพื่อน ๆ พูดคุยปรึกษากันซะหน่อย ไม่แน่นะคุณอาจจะปิ๊งไอเดียเจ๋ง ๆ ที่จะนำมาใช้ในการลดน้ำหนักต่อไปก็ได้


3. 21 วัน (แห่งความอยาก)


ช่วงนี้คุณจะรู้สึกอยากกินอาหารมากขึ้นเพราะอยู่ในช่วงที่มีประจำเดือนพอดีเห็นอะไรก็อยากไปซะหมด

- วิธีแก้ก็คือ ลองเปลี่ยนจากกินอาหารวันละ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ไปเป็นแบ่งกินเป็นมื้อย่อย ๆ ประมาณ 4-6 มื้อดูสิคะ วิธีนี้จะช่วยให้ระดับน้ำตาลคงที่ สามารถขจัดความเหนื่อยล้าและช่วยทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยค่ะ


4. ครบ 42 วัน น้ำหนักยังไม่ลด


หลังจาก 6 สัปดาห์ผ่านไปคุณจะรู้สึกว่าร่างกายเฟิร์มมากขึ้นมีกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น แต่ทำไม๊ ทำไม น้ำหนักยังไม่ลดลงซักที

- ขอบอกว่าที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะปกติกล้ามเนื้อจะมีน้ำหนักมากกว่าไขมันอยู่แล้ว เพราะ 70% ของกล้ามเนื้อเป็นน้ำในขณะที่ไขมันมีน้ำแค่ 20% เท่านั้นเอง ฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนถอดใจไปซะก่อนค่ะให้คอนตินิวลดน้ำหนักอย่างนี้ต่อไปแหล่ะ และท่องเอาไว้ว่า ยิ่งมีกล้ามเนื้อมากก็ยิ่งเผาผลาญแคลอรี่ได้มาก แต่ถ้าคุณเกิดหมดแรงฮึดขึ้นมาจริง ๆ ให้นำยีนส์ตัวเก่งที่เคยใส่ไม่ได้แล้วมาลองสวมดูสิคะหรืออาจจะส่องกระจกสำรวจดูตัวเองว่าไขมันตรงไหนลดไปบ้าง อาจจะช่วยเรียกกำลังใจกลับคืนมาได้นะ

เอ้า...ได้เคล็ดลับดี ๆ ไปแล้ว ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ จะได้อวดหุ่นสวยให้ใคร ๆ ได้เห็นเร็ว ๆ ไงล่ะ

อันตรายจากกลูต้าไธโอน "ของผิวขาว"

อันตรายจากกลูต้าไธโอน "ของผิวขาว"

เมื่อพูดถึงกลูต้ไธโอนในวงการผู้หญิงอยากขาวคงจะไม่มีใครที่ไม่รู้จักเจ้าสารกลูต้าไธโอนชนิดนี้ แต่คุณรู้บ้างไหมว่าอันตรายจากกลูต้าไธโอนนั้นมีอะไรบ้างมีผลข้างเขียงอย่างไรบ้าง หากว่าคุณคิดอยากจะมีผิวขาวสวยอมชมพูก็ต้องคิดกันสักนิดเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่อยู่ยั่งยืนคู่กับคุณไปจนแก่ นั้นมาดูอันตรายจากกลูต้าไธโอนและประโยชน์ของกลูต้าไธโอนกันค่ะ
  

อันตรายจากกลูต้าไธโอน


สารกลูต้าไธโอนเป็นโปรตีนที่ร่างกายเราสังเคราะห์ได้เองทำหน้าที่ปกป้องเนื้อเยื่อของอวัยวะทุกส่วน โดยการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายช่วยตับขจัดสารพิษ โดยเฉพาะตัวยาหรือสารพิษที่ไม่ละลายน้ำ เช่น โลหะหนัก สารฆ่าแมลง เมื่อรวมตัวกับสารกลูต้าไธโอนจะช่วยให้ละลายน้ำได้และถูกกำจัดออกจากร่างกายช่วยปกป้องดีเอ็นเอของเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่อายุยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรงมักจะตรวจพบสารกลูต้าไธโอนปริมาณสูงในกระแสเลือด ต่อมาวงการแพทย์ได้นำสารกลูต้าไธโอนมาใช้เป็นยารักษาโรคเกี่ยวกับระบบเส้นประสาทบกพร่อง เช่น โรคตับ โรคไต พาร์กินสัน อัลไซเมอร์หรือโรคสมองเสื่อม โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ มะเร็งกระเพาะ และมะเร็งต่อมลูกหมาก มานานกว่า 30 ปี โดยฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อ

เนื่องจากร่างกายเราสร้างกลูต้าไธโอนได้เองเมื่อต้องเสริมกลูต้าไธโอนในปริมาณมากเพื่อมุ่งรักษาโรค จึงมีผลข้างเคียงโดยกลูต้าไธโอนมีฤทธิ์ไปยับยั้งเอนไซม์ไทโรซิเนสซึ่งทำให้เม็ดสีของผิวหนังเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นเม็ดสีชมพูขาวทำให้ผิวขาวขึ้นในเวลาอันสั้น จึงเกิดการแตกตื่นและนำกลูต้าไธโอนมาเป็นอาหารเสริมเพื่อชะลอวัย และหวังผลให้ผิวขาวใสหรือผิวขาวอมชมพู


กิน-ฉีดให้ขาว อันตรายถึงชีวิต

ในความเป็นจริงยาเม็ดที่เป็นอาหารเสริมไม่มีผลให้ผิวขาว เพราะสารชนิดนี้ไม่สามารถดูดซึมและจะถูกขจัดออกจากร่างกายในที่สุด จึงได้มีการดัดแปลงนำมาผสมกับวิตามินซีแล้วฉีดเข้าเส้นเลือดหรือกล้ามเนื้อครั้งละ 600 มิลลิลิตร สัปดาห์ละครั้ง ราคา 4,000-5,000 บาท ติดต่อกัน 3-5 สัปดาห์ ผิวจะเริ่มขาวขึ้นหลังฉีดครั้งแรกประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้น 2 เดือนผิวจะกลับมาเป็นสีเดิมจึงต้องฉีดซ้ำอยู่เป็นระยะ

ต่อมาองค์การอาหารและยาได้ประกาศห้ามใช้กลูต้าไธโอนเพื่อช่วยผิวขาวแล้ว เนื่องจากกลูต้าไธโอนทั้งชนิดเม็ดและชนิดฉีดเพื่อมุ่งผิวขาวมีกลูต้าไธโอนสูงถึง 500-1,000 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณที่แพทย์อนุญาตให้ผู้ป่วยใช้ คือ ไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อวันและอาจทำให้แพ้ยาจนช็อกถึงขึ้นเสียชีวิตเฉียบพลันหรือส่งผลในระยะยาว เช่น สะสมในร่างกายส่งผลเสียต่อตับและไตได้ และทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังเนื่องจากผิวไวต่อแสงแดดเพราะเม็ดสีผิวถูกทำลายเสริมกลูต้าไธโอนด้วยการกิน

แม้การบริโภคกลูต้าไธโอนในปริมาณมากจะส่งผลเสียต่อร่างกาย แต่เมื่ออายุมากขึ้นหรือมีโรคแทรกซ้อนอาจทำให้ปริมาณกลูต้าไธโอนที่ร่างกายผลิตได้ลดลงทำให้ร่างกายขาดสารต้านอนุมูลอิสระ ผิวแห้งเหี่ยวเร็ว ไม่เปล่งปลั่ง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ (ในกรณีที่ป่วย) หรือเลือกกินอาหารที่ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สร้างกลูต้าไธโอนได้ดีขึ้น ได้แก่ ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว นม ไข่ หน่อไม้ฝรั่ง ผักโขม มะเขือเทศ และผลไม้ เช่น แตงโม สตรอว์เบอร์รี่ องุ่น อะโวคาโด


ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความรัก

ข้อคิดดีๆ เกี่ยวกับความรัก

  1. ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลยที่คนเราจะรักใครซักคนอย่างหมดหัวใจ ถ้าวันหนึ่งคุณได้รู้จักความรัก ก็จงรู้คุณค่าของมันอย่างที่สุด
  2. ไม่มีผู้ชายและผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบ แต่ซักวันหนึ่งจะมีใครซักคนที่คุณจะมองข้ามทุกความผิดพลาดของเขาและเธอ ด้วยเหตุผลเพียงแค่ "รัก" คำเดียว
  3. คุณอาจจะมีความรักที่ผิดผลาดในอดีต แต่จงอย่าผิดผลาดกับความรักในปัจจุบันอีก
  4. จงคิดถึงวันที่คุณสองคนรักกัน ให้มากกว่าวันที่คุณสองคนทะเลาะกัน ความรักไม่ได้อยู่กับเราทั้งชีวิต คนเราไม่ได้มีอายุยืนขนาดนั้น
  5. จงอย่าปล่อยให้คนที่คุณรักมีชีวิตอย่างโดดเดี่ยว จะเป็นทั้งเพื่อน ครู พ่อ แม่ ญาติสนิท ไม่ใช่เพื่อให้เขารักคุณ แต่เพราะคุณคือคนที่เขาจะรัก และรักมากกว่าใคร ๆ ทั้งหมด
  6. อย่าพยายามเป็นทุกอย่างในชีวิตของเขา แต่จงเป็นส่วนหนึ่งที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป เพราะมันจะเป็นความรักที่อบอุ่นและยาวนานกว่ารักใด ๆ
  7. ความรักที่แท้จริงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้หญิงและผู้ชายที่เราชอบเท่านั้น จงอย่าลืมเสมอว่า พ่อ แม่ ของเราก็รักเรามากกว่าใคร ๆ เช่นกัน
  8. คำพูดว่า "รัก" จะไม่มีคุณค่าใด ๆ ถ้าคุณไม่ได้พูดมันจากหัวใจของคุณ
  9. วันใดที่คุณคิดทำร้ายตัวคุณเองและอดีตคนที่คุณรัก นั้นคือการบอกว่าคุณรักตัวเองมากกว่าใคร ๆ และคุณก็ไม่รู้จักหัวใจที่แท้จริงของความรัก
  10. คุณอาจจะใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อค้นหา ความรัก ทั้ง ๆ ที่มันอยู่ข้าง ๆ หัวใจคุณแล้วก็ได้... บางครั้งคุณอาจจะต้องยืนรอให้ความรักวิ่งชนคุณบ้างก็ได้

เสียงกับการดึงดูดความสนใจของชายหนุ่ม

กระซิบเสียงกับการดึงดูดความสนใจของชายหนุ่ม

นักมานุษยวิทยา จากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สเตท พบว่าหญิงสาวที่มักด้วยพูดเสียงเพียงเบา ๆ อ้อมแอ้ม ๆ การพูดเสียงดังขึ้นของคุณจะสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชายได้ แต่โปรดจำไว้ว่า คุณผู้หญิงไม่อาจใช้เสียงดังกล่าวนี้กับพี่สาว หรือน้องสาวของคุณได้ เนื่องจากผู้หญิงจะสามารถตีความน้ำเสียงนั้นได้ว่าเป็นการหว่านสเน่ห์ของคุณต่อพวกเธอในระดับใด

จากการทดสอบให้ผู้ชายฟังเสียงของผู้หญิงในระดับต่าง ๆ พบว่า ผู้ชายส่วนใหญ่กล่าวว่าผู้หญิงที่มีโทนเสียงสูงน่าดึงดูดใจมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเมื่อผู้ชายต้องการเข้าหาเพื่อความสนุกชั่วข้ามคืน ในขณะที่เมื่อผู้หญิงได้ฟังเสียงดังกล่าว พวกเธอสามารถที่จะบอกได้อย่างแม่นยำว่าเสียงใดจะดึงดูดใจชายได้มากที่สุด

งานวิจัยซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบุคลิกและความแตกต่างส่วนบุคคล(Personality and Individual Differences) กล่าวแนะว่า ผู้หญิงที่มีระดับโทรเสียงสูง ผู้ชายมักจะตีความในด้านของความเป็นวัยสาว และความอุดมสมบูรณ์ ส่วนผู้ชายที่มีเสียงต่ำจะแสดงถึงความมีอำนาจ นักมานุษวิทยาเชื่อว่า ระดับเสียงสูงในผู้หญิงอาจพัฒนาให้รู้สึกถึงความเป็นวัยสาว ความขี้เล่น และความน่าดึงดูดใจต่อการพัฒนาความสัมพัน

เคล็ดลับดับกลิ่นปาก

เคล็ดลับ ลดกลิ่นปาก

1. ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะการดื่มน้ำมากๆ ช่วยล้างแบคทีเรียออกจากน้ำลาย

2. อย่าปล่อยให้ปากแห้ง เพราะจะทำให้ความเข้มข้นของแบคทีเรียในปากเพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดกลิ่นปากได้ง่าย

3. ดื่มน้ำมะนาว จะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำลาย

4. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟ เพราะจะทำให้เกิดกลิ่นปากได้

5. แปรงฟันทุกครั้งหลังมื้ออาหาร
 และอย่าลืมแปรงด้านบนของลิ้นด้วย

6. ถ้าไม่สะดวกจะแปรงฟัน ให้บ้วนปากด้วยน้ำเปล่า และหากแปรงเสียให้เปลี่ยนแปรง

7. ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

8. เลิกสูบบุหรี่

9. ตรวจสุขภาพฟันอย่างสม่ำเสมอ
 

โยคะเพื่อสุขภาพ

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2554

สมุนไพร สมุนไพรสลายไขมัน

สมุนไพร สมุนไพรสลายไขมัน

สมุนไพร
          โรคอ้วน เป็นโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลระหว่างการได้รับพลังงานและการใช้พลังงาน ซึ่งก็มีสาเหตุต่างๆ กันออกไป เช่น กรรมพันธุ์ การเผาผลาญพลังงานและระบบต่อมไร้ท่อผิดปกติ หรืออาจจะเกิดจากการรับประทานมากเกินไป  

          คนที่ลองใช้สารพันวิธีในการลดความอ้วนแล้วไม่ได้ผล ลองหันมาใช้สมุนไพรต่างๆ ที่จะแนะนำควบคู่กันไป อาจจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนอ้วนที่ต้องการเอาชนะความอ้วนก็ได้

          ชาเขียว ได้มีการทดลองนำเอา สารสกัดชาเขียว ซึ่งมี catechin อยู่ 25% โดยทดลองในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ยับยั้ง gastric และ pancreatic lipase และกระตุ้นการสร้างความร้อนในร่างกาย(Thermogenesis)

          นักวิจัยจึงนำสารสกัดชาเขียวมาทดลองกับผู้ที่เป็นโรคอ้วนไม่มากนัก (moderate obes patient) โดยทดลองกับชายอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยให้รับประทานสารสกัด วันละ 2 ครั้ง เช้า กลางวัน ครั้งละ 2 แคปซูล (รวมแล้วได้ catechin 375 มก./วัน) พบว่าหลังจาก 3 เดือน น.น. ลดลง 4.0% และรอบเอวลดลง 4.48%  ซึ่งเป็นการสนับสนุนได้ว่าสารสกัดชาเขียวมีผลลดความอ้วนได้ โดยออกฤทธิ์ยับยั้ง lipase และกระตุ้นการเกิดความร้อนขึ้นในร่างกาย

          พริกไทย สารสำคัญที่คาดว่าช่วยลดน้ำหนักคือ อัลคาลอยด์ piperine  ซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ที่ทำให้มีรสชาดเผ็ดร้อน ปกติพริกไทยใช้เป็นเครื่องเทศ แต่ใช้ในปริมาณน้อย ช่วยกระตุ้นการย่อยอาหาร อาจเพราะมีสารกลุ่มโมโนเทอร์ปีนและเซคลิเทอร์ปีนซึ่งเป็นสารที่ให้กลิ่นเฉพาะของพริกไทย

          บุก มีสารสำคัญที่ช่วยลดน้ำหนักคือ คาร์โบไฮเดรต(หรือ Dietary fiber) มีชื่อเรียกว่า กลูโคแมนแนน แต่บุกมีผลึกคัลเซียมออกซาเลตอยู่มาก ต้องกำจัดด้วยการต้มน้ำหลายๆ ครั้งก่อนนำมาปรุงเป็นอาหาร

          ส้มแขก ทางภาคใต้ใช้แต่งรสเปรี้ยวในอาหาร สารสำคัญที่คาดว่าสามารถลดความอ้วนของส้มแขก คือ HCA (Hydroxy Citric Acid) สรรพคุณแผนโบราณใช้เป็นยาระบายอ่อนๆ และขับปัสสาวะ

          ลองผสมผสานหลายๆ วิธีให้เหมาะกับตัวคุณ อย่าเพิ่งท้อ..หากคุณตั้งใจจริง ความสำเร็จที่จะใส่กางเกงเอวต่ำโชว์พุงแบนราบที่กำลังนิยมกัน รออยู่ข้างหน้า

ความรักคืออะไร

ความรัก ของคุณคืออะไร?

ความรัก นิยามความรัก
ความรัก   คือโชคอย่างหนึ่งเพราะใช่ว่าทุกคนจะมีได้

ความรักเป็นได้ทั้งมืดเเละผ้าพันเเผลเวลาเสียใจ

ความรัก คือสิ่งเติมเต็มให้ชิวิตไม่รู้สึกขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง

ความรัก คือ ความหวัง กำลังใจเเละศรัทธาในกันเเละกัน

ความรักมีความลับอยู่อย่างหนึ่งว่า . . .

ไม่ได้รักในสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข

เเต่เรากลับมีความสุขในสิ่งที่เรารักต่างหาก


ความรัก คือ ศิลปะที่คนมีรักเท่านั้นที่จะเข้าใจเเละเห็นคุณค่า

ความรัก คือ โอกาสที่เราจะได้พิสูจน์จิตวิญญาณของตัวเอง

ความรัก คือสิ่งที่ทำให้คนฉลาดกลายเป็นคนโง่

ทำให้คนโง่กลาย เป็นคนฉลาดในเวลาเดียวกัน

ความรัก เมื่อสูญเสียไปเเล้วก็ยังดีกว่าไม่เคยรัก

ความรัก มิได้เป็นการก้าวนำหรือก้าวตามเเต่เป็นการก้าวไปพร้อมๆ กัน

ความรัก ทำให้คนเราเป็นอิสระจากกฎเกณฑ์เดิมๆ ของชีวิต

ความรักทำให้จดจำคืนพิเศษคืนเดียวไปตลอดชีวิต . ..

เพราะทุกคืนที่ ไร้ความรักก็มิอาจเทียบเท่าได้กับคืนนี้เพียงคืนเดียว

ความรัก คือการยอมเป็นน้ำเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนเป็นไฟ

ความรัก ที่มีมาเป็นปีๆก็สามารถพังทลายลงได้เพียงเสี้ยววินาที

ความรัก จะยาวนานหรือจะเเสนสั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนสองคนที่รักกัน

ความรัก กว่าจะพบเจอได้นั้นเเสนยากแต่กลับเลิกรักได้อย่างง่ายดาย

ความรัก สามารถเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอดเวลาเหมือนถ่านไฟเก่า

ที่กำลังคุโชนและร้อนแรง

ความรัก ต่อให้บอกกันทุกวันก็ไม่มีวันเบื่อ . ..

เเต่ความเกลียดสิบอกกันครั้งเดียวก็คงไม่อยากได้ยินอีกต่อไป. . .

ความรัก ถ้าไม่รักเเล้วต่อให้พูดมากเท่าใดก็ไม่สามารถรักกันได้

ความรัก สามารถให้อภัยกันได้เสมอโดยไม่มีเงื่อนไขว่ากี่ครั้ง

ความรัก รักได้เเต่อย่าหลงเพราะถ้าหลงเวลาเลิกเเล้วจะเจ็บปวด

ความรัก อยู่เหนือคำทำนายเเละจะไม่มีวันเป็นไปตามนั้น

แล้วความรักของคุณล่ะคืออะไร . . . . . 

ในความจริงของความรัก ก็มักเป็นแบบนี้

บทความ ในความจริงของความรัก ก็มักเป็นแบบนี้

ความรัก
บทความความรัก
ความรัก
ความรัก บทความดีๆ
ความรัก ผู้ชาย ผู้หญิง
ความรัก

นอนหลับอย่างไรให้ถูกวิธี

นอนหลับ นอนอย่างไรให้ถูกวิธี

การนอน
การนอนถือว่าเป็นกิจวัตรที่ใช้เวลา 1 ใน 3 ของชีวิตเราเลยทีเดียวฉะนั้นหากเราไม่ใส่ใจถึงวิธีการนอนที่ถูกสุขลักษณะแล้ว อาจจะมีผลต่อระบบหลายๆระบบในร่างกายของเรา โรคต่างๆก็ตามมา คุณภาพชีวิตก็อาจจะไม่ดีตามมาด้วย 

ในชีวิตของคนเรา ตัวเลข 30,000 คือจำนวนวันโดยเฉลี่ยที่เรามีชีวิตอยู่บโลกนี้ 10,000 คือจำนวนวันที่เราใช้ไปกับการนอนหลับ เพราะฉะนั้นถ้าอยากให้ที่เหลืออีก 20,000 วันได้ใช้ชีวิตอย่าเต็มที่ ให้ลองเปลี่ยนท่านอนให้เหมาะสม เพราะการนอนหลับมีผลต่อการทำงานของสมองมาก แล้วท่าไหนดีละ ไปดูกันเลย

1. นอนหงายดีที่สุด 
ท่านอนหงายเป็นท่าที่ทำให้กระดูกสันหลังอยู่ในแนวธรรมชาติ ลดแรงกดทับบนร่างกายและระบบประสาท ทำให้ร่างกายได้รับการพักผ่อนเต็มที่ ระบบทางเดินหายใจและการไหลเวียนโลหิตสามารถไหลเวียนได้ดี แต่อย่างไรก็ตามคะ ท่านอนหง่ายนี้ไม่เหมาะกับคนที่เป็นโรคกรดไหลย้อนคะ เพราะจะเป็นการเพิ่มแรงดันในช่องท้องให้เกิดอาการรุนแรงขึ้นได้

2. รองมาคือนอนตะแคง 
ใครที่บอกว่า " ไม่ถนัดนอนหงายเลย ยังไงก็นอนไม่สบายเท่านอนตะแคง " เอางั้นก็ได้คะ แต่พยายามให้นอนตะแคงซ้ายมากกว่าตะแคงขวา เพราะการนอนตะแคงซ้ายจะทำให้แรงกดทับบนหัวใจและกระดูกสันหลังน้อยกว่า และข้อดีของการนอนตะแคงซ้ายอีกอย่างคือช่วยทำให้หายใจสะดวก ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบนอนกรนคร่อกๆคะ

3. นอนคว่ำ ท่านี้ที่ควรหลีกเลี่ยง 
การนอนคว่ำจะทำให้อวัยวะภายในอย่างตับไตไส้พุงถูกกดทับทั้งคืนคะ โดยฉะเพราะเรื่องทางเดินระบบหายใจจะแย่มากๆ แต่ถ้าคิดว่าชีวิตนี้เลิกนอนคว่ำไม่ได้จริงๆละก็ให้หาหมอนมารองใต้สะโพกคะ เพื่อลดแรงกดทับที่หลังส่วนด้านล่างคะ
ส่วนใครที่ปัญหาเรื่องนอนกรน อย่าคิดเชี่ยวน่ะคะว่าการนอนกรนหายใจฟืดฟาดไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะมันอาจทำให้คู่รักเตียงหักได้เลยทีเดียว ซึ่งเราก็มีวิธีแนะนำเพื่อช่วยแก้อาการดังนี้คะ

1. เปลี่ยนท่านอน ท่านอนหงายจะทำให้เรานอนกรนง่ายที่สุด ให้เปลี่ยนไปนอนตะแคงดีกว่า

2. เลือกหมอนที่สูงพอดี อย่านอนบนหมอนที่ต่ำเกินไปหรือสูงเกินไป เพราะจะทำให้หายใจไม่สะดวก ให้เลือกหมอนที่มีส่วนโค้งรับกับต้นคอไว้จะดีกว่าคะ

3. ลดน้ำหนัก คนอ้วนมักจะนอนกรนมากกว่าคนผอม เพราะฉะนั้นแค่ลดน้ำลงสัก 10 % ของที่มีอยู่ ก็ช่วยเรื่องการกรนได้แล้วละคะ

4. งดแอลกอฮอล์หรือยากล่อมประสาทก่อนนอน เพราะจะทำให้หายใจไม่สะดวก ลองงดพวกนี้ก่อนนอน จะทำให้กรนน้อยลงได้คะ

5. ทำให้จมูกโล่งก่อนนอน การเป็นหวัดคัดจมูกหรือมีน้ำมูกก็เป็นสาเหตุของการนอนกรนได้คะ ซึ่งอาจแก้ได้โดยการเตรียมน้ำร้อนก่อนนอนให้เต็มอ่าง หยดยูคาลิปตัสลงไป แล้วชะโงกหน้าเอาผ้าคลุมศีรษะไว้ ไอน้ำจะช่วยทำให้จมูกโล่งขึ้นคะ